• WebSite

กลยุทธ์การตั้งราคาสินค้า

เดียวนี้กลยุทธ์ในการตั้งราคาสินค้ามันเปลี่ยนไปมาก มากจากเมื่อก่อนเยอะ อยากจะเป็นตัวช่วยกระจายองค์ความรู้ที่เราได้รับรู้มาแบ่งปันให้คนที่สนใจได้อ่าน นี้ที่คุณจะได้อ่านในวันนี้ เราจะมาพูดถึงกลยุทธ์ของการตั้งราคา หรือพูดง่ายๆๆคือวิธีการที่ทำให้น่าซื้อแต่กำไรไม่ลดหายไป หรืออาจจะได้กำไรมากขึ้นด้วย

1.เครื่องหมายบวก +
หลายท่านคงเคยเจอกันมาบ้างไม่มากก็น้อยกับเจ้าเครื่องหมายบวกที่อยู่ใต้ของเมนูอาหารหรืองานบริการต่างๆ หลายคนอาจจะไม่สนใจหรืออาจจะยังไม่รู้ คุณกำลังจะเสียเงินเพิ่ม ถ้าคุณได้มีโอกาสกลับไปดูไปทานร้านเดิม หรือไปใช้บริการผลิตภัณฑ์ที่มีเจ้าตัวบวกนี้อยู่อาจจะตกลงถึงเงินที่เสียไป เพราะเจ้าตัวบวกมันหมายถึง การคิดค่าเซอร์วิสชาร์จเพิ่ม หรือการคิดภาษีเพิ่ม ดังนั่นเวลาจะใช้เงินแต่ละครั้ง เราควรจะอ่านรายละเอียดให้ละเอียดให้มาก ไม่งั่นอาจเจอตัวบวกที่บวกแปลกๆ อย่างน่าตกใจอย่างเช่น ในอเมริกามีการเก็บค่า Electronic Waste Recycling Fee (Ewaste) ซึ่งหมายถึงค่าธรรมเนียมการรีไซเคิลสำหรับสินค้าอิเลคทรอนิคส์บางกลุ่ม ที่ทำให้เราต้องจ่ายแพงขึ้นโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้

2.ลดปริมาณเพื่อให้คงราคาเดิมไว้
คำว่าปริมาณในที่นี้หมายรวมทุกอย่างที่เราจะให้ลูกค้า ทั้งผลิตภัณฑ์ แพคเกจจิ้งโดยวิธีการลดปริมาณนี้เป็นวิธีการลดต้นทุนที่มีมาหลายยุคหลายสมัย ทำกันตั้งแต่แม่ค้าขายข้าวแกงยันแบรนด์สินค้าดังต่างๆ ยกตัวอย่าง เช่น แบรนด์กางเกงยีนยี่ห้อแรกที่ใครๆก็ต้องทราบว่าเป็น Le**’s เคยที่จะลดปริมาณเหล็กที่เคยใช้ทำกระดุม โดยการทำกระดุมรูปโดนัดออกมาและเปลี่ยนจากกระดุมกางเกงเป็นซีฟ หรือโรงงานผลิตรถบ้างยี่ห้อก็เปลี่ยนจากการที่จะต้องใช้เหล็กชนิดนึงมาเป็นอีกชนิดหนึ่ง โดยอาจจะบอกถึงเหตุผลว่าจะเบาขึ้นหรืออะไรต่างๆน่าๆแต่จริงๆแล้วก็มีเรื่องก็ลดต้นทุนเข้ามาเกี่ยวด้วยทั้งสิ้น

3.เจ้าตัวดอกจัน(*)
จากเจ้าเครื่องหมายบวกที่เคยกล่าวไว้ในข้อ 1 ใช่ว่าจะจบเพียงเท่านั่น ยังมีตัวดอกจันทร์มาอีกตัว ซึ่งพบได้บ่อยมากในการทำบัตรเคดิส การกู้เงิน หรืออะไรต่างๆน่า ซึ่งเมื่อเราได้เพล้งมองไปถึงคำพูดหลังจากดอกจันทร์นั่นก็อาจจะทำให้คุณตกใจได้ถึงสิ่งที่จะต้องเสียไปในอนาคตก็เป็นได้

4.คำว่า ลดสูงสุดถึง หรือ ราคาเริ่มต้นเพียง
เจ้าสองคำนี้พาคนตกหลุมมานัดต่อนัดแล้ว เพราะไอ้ผลิตภัณฑ์ที่ลดสูงสุดมันก็ลดแค่ผลิตภัณฑ์ที่เราไม่สนใจ และไอ้ของที่เราสนใจก็อาจจะไม่ได้ลดหรือลดน้อยมากๆๆ ส่วนเจ้าราคาเริ่มต้นเพียงก็ไม่แพ้กันมันก็มักจะเป็นสินค้าที่ค้างสต็อกมานานหรือแม้แต่ของที่มีตำหนิก็เป็นไปได้ ระวังกันด้วยนะ

5.ลดราคาจากราคาที่แพงเวอร์เกิน
ป้าย SALE เดียวนี้มีกันให้เห็นจนชินตา บางสินค้าพึ่งออกมาใหม่ได้ไม่ถึงเดือน ก็ sale กันแล้ว บางสินค้า sale กันยัน 90 เปอร์เซ็น เขาทำกันได้ยังไง บ้าไปแล้ว แต่ความลับกำลังจะถูกเปิด เพราะความจริงก็คือทางเจ้าของสินค้าอาจจะมีการเพิ่มราคาสินค้าก่อนที่จะลดจริง หรืออาจจะตั้งแพงมาตั้งแต่ต้นแล้วเพื่อที่จะทำการลด ถ้าเราไม่ใช่แฟนพันธ์แท้ในผลิตภัณฑ์ประเภทนั่นจริงๆก็อาจจะตกเป็นเหยื่อได้กับป้ายแดงที่เขียนคำว่า sale

ดังนั่นเราควรจะเป็นผู้บริโภคที่มีวิจารณญาณ ควรจะมีต่อมสงสัยให้มากขึ้น เพราะอย่างที่บอกเดียวนี้โลกมันโหดร้าย…กลยุทธ์ทั้ง 5 นี้เป็นเพียงแค่กลยุทธ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปยังมีอีกหลากหลายวิธีที่หลากหลายแบรนด์ทำกัน ส่วนผู้ผลิตเองก็ควรจะคำนึงถึงความถูกต้อง มีความเห็นอกเห็นใจ คิดในมุมมองของลูกค้าบ้างเพื่อจะได้ลูกค้าที่เป็นลูกค้าระยะยาว อย่าคิดแค่ว่าขายครั้งเดียวและลูกค้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไร จงคิดว่าลูกค้าที่ได้ซื้อของกับเรา เขาก็มีสิทธิ์ที่จะบอกเพื่อนในโลกแห่งความจริงและโลกอินเตอร์เน็ตได้ทราบ ซึ่งมันอาจจะร้ายแรงมากอย่างที่คาดไม่ถึงเลยที่เดียว